Economic Voice News
18 July 2026
📅 ข้อมูลข่าวประจำวันที่: 18/07/2026 2:32 pm
สวัสดีครับ/ค่ะ ยินดีต้อนรับสู่รายงานข่าวเศรษฐกิจประจำวัน
Voice News
สวัสดีครับ/ค่ะ ยินดีต้อนรับสู่รายงานข่าวเศรษฐกิจประจำวัน
วันนี้ ตลาดการเงินโลกกำลังถูกขับเคลื่อนด้วยความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ปะทุขึ้นอย่างฉับพลัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นแรงและเป็นตัวเร่งให้เกิดการหมุนเวียนของเงินทุนครั้งใหญ่ จากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่เคยร้อนแรง ไปสู่หุ้นกลุ่มพลังงานและสถาบันการเงินอย่างรวดเร็ว
เริ่มต้นกันที่ประเด็นร้อนที่สุดของวัน ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส หรือ WTI ปรับตัวขึ้นทะลุกรอบเจ็ดสิบเอ็ดถึงเจ็ดสิบสามดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อวันที่เจ็ดกรกฎาคมที่ผ่านมา ราคาพุ่งขึ้นถึงห้าจุดหกสามเปอร์เซ็นต์ในวันเดียว และนับจากต้นปี ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นมาแล้วกว่ายี่สิบสี่ถึงยี่สิบแปดเปอร์เซ็นต์ สาเหตุหลักมาจากความกังวลว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจลุกลามไปกระทบเส้นทางขนส่งน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ
จากฐานข้อมูลความสัมพันธ์ในอดีตที่เรามี ผลกระทบทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นทันทีและชัดเจน ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลบวกโดยตรงต่อหุ้นกลุ่มผู้ผลิตและโรงกลั่นน้ำมัน รวมถึงกลุ่มสาธารณูปโภค เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นจะส่งผ่านไปยังราคาขายและกำไรขั้นต้น ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการขนส่งและสายการบินกลับได้รับผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญ เพราะต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นกดดันอัตรากำไรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราจึงเห็นภาพของหุ้นกลุ่มพลังงานที่ช่วยพยุงดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์เอาไว้ ในขณะที่หุ้นเทคโนโลยีกลับปรับตัวลดลงสวนทางกัน
ในห้วงที่ราคาพลังงานเป็นขาขึ้นเช่นนี้ ผลกระทบลูกโซ่จะถูกส่งต่อไปยังอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ซึ่งเท่ากับไปถ่วงโอกาสที่ธนาคารกลางจะลดดอกเบี้ย และนั่นคือแรงกดดันต่อเนื่องต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ต้องพึ่งพามูลค่ากระแสเงินสดในอนาคต
ต่อด้วยประเด็นที่สองซึ่งเชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่น นั่นคือวัฏจักรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกที่กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ของตลาดหุ้นในหลายภูมิภาค ธนาคารกลางญี่ปุ่นส่งสัญญาณเปลี่ยนนโยบายการเงินครั้งสำคัญ จนทำให้ธนาคารมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป หรือ MUFG ก้าวขึ้นเป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดในญี่ปุ่นเมื่อวันที่สิบสี่กรกฎาคม ด้านธนาคารกลางแคนาดาประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่สองจุดสองห้าเปอร์เซ็นต์ แต่ย้ำจุดยืนที่พร้อมจะใช้นโยบายเข้มงวดต่อไป ขณะที่ธนาคารกลางโคลอมเบียปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกศูนย์จุดเจ็ดห้าเปอร์เซ็นต์ สู่ระดับสิบสองเปอร์เซ็นต์ และธนาคารกลางยุโรปยังคงใช้ท่าทีระมัดระวังรอดูข้อมูลเศรษฐกิจเพิ่มเติม
ภาพนี้สะท้อนออกมาในตลาดหุ้นกลุ่มธนาคารอย่างชัดเจน ดัชนี Euro Stoxx Banks ปรับตัวขึ้นศูนย์จุดแปดหนึ่งเปอร์เซ็นต์ในวันที่สิบเอ็ดกรกฎาคม และตลาดหุ้นโตรอนโตหรือ TSX ก็ปรับขึ้นศูนย์จุดสามเปอร์เซ็นต์เมื่อวานนี้ นำโดยหุ้นกลุ่มการเงิน แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลในอดีตอย่างยิ่ง เพราะเมื่ออัตราดอกเบี้ยและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น สถาบันการเงินที่มีฐานเงินฝากจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่กว้างขึ้น หรือที่เรียกว่า Net Interest Margin ซึ่งส่งผลให้กำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในทางกลับกัน ผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อยและไมโครไฟแนนซ์กลับเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น และข้อมูลก็ยืนยันเช่นกันว่าความเชื่อมั่นของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะลดลงหากอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูง เพราะต้นทุนสินเชื่อบ้านจะลดกำลังซื้อของผู้บริโภค
ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารและพลังงานทะยานขึ้น หุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกกลับเผชิญแรงเทขายอย่างรุนแรงและสอดประสานกันทั่วโลก ดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงร่วงลงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ในวันนี้ ตามทิศทางตลาดหุ้นเทคโนโลยีโลกที่ถูกกดดันจากความกังวลเรื่องมูลค่าหุ้น AI ที่สูงเกินไป และความไม่แน่นอนก่อนตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ตลาดฟิวเจอร์สหรัฐฯ เองก็ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่สองเมื่อวันที่สิบห้ากรกฎาคม นักลงทุนกำลังตั้งคำถามว่าการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์จะสร้างรายได้จริงได้มากน้อยเพียงใด การปรับฐานครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากการย้ายเงินทุนออกจากสินทรัพย์ที่มีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยสูง กลับเข้ามาสู่กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากเงินเฟ้อและดอกเบี้ยขาขึ้น
ในอีกมุมหนึ่ง ตลาดหุ้นบราซิล หรือ Ibovespa กลับทะยานขึ้นถึงสองเปอร์เซ็นต์ในวันที่สิบสองกรกฎาคม หลังจากตัวเลขเงินเฟ้อในประเทศออกมาต่ำกว่าคาด ส่งผลให้มีการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางอาจผ่อนคลายนโยบายการเงินเร็วขึ้น นี่เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า ตัวเลขเงินเฟ้อเพียงจุดเดียวสามารถเปลี่ยนทิศทางของตลาดทั้งประเทศได้
อีกข่าวสำคัญที่อาจเป็นความเสี่ยงแฝงในระบบการเงิน คือการล่มสลายของบริษัทเงาในตลาดการเงินของอังกฤษ Market Financial Solutions หรือ MFS ท่ามกลางข้อกล่าวหาการทุจริต ซึ่งรายงานเมื่อวันที่สิบสามกรกฎาคมระบุว่า เหตุการณ์นี้ได้ก่อให้เกิดคลื่นการล้มละลายในภาคบริการทางการเงินของสหราชอาณาจักร ถึงแม้ฐานข้อมูลความสัมพันธ์ของเราจะไม่ได้ระบุถึงภาคเงาธนาคารโดยตรง แต่เรามีข้อมูลที่ชี้ว่า อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นส่งผลลบต่อกลุ่มธุรกิจเงินทุนและหลักทรัพย์ประเภทสินเชื่อรายย่อย ซึ่งช่วยให้เราประเมินได้ว่าธุรกิจการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารทั่วไปกำลังเผชิญความเปราะบางจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น และอาจมีแรงกดดันลามไปยังภาคธุรกิจที่พึ่งพาสินเชื่อนอกระบบ เช่น อสังหาริมทรัพย์ขนาดกลางและเอสเอ็มอี
ทางด้านตลาดทองคำยังคงเผชิญแรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า และการคุมเข้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ทำให้ราคาทองคำปรับตัวลดลงในระยะสั้น แต่ก็ยังมีแรงหนุนระยะยาวจากการซื้อของธนาคารกลางหลายประเทศ สำหรับข้อมูลดัชนีความผันผวน VIX และข้อมูลพันธบัตรบางส่วนไม่มีข้อมูลในวันนี้ แต่จากสัญญาณฟิวเจอร์สหรัฐฯ ที่ปรับลดลงและความวิตกก่อนตัวเลข CPI ทำให้คาดการณ์ได้ว่าความผันผวนของตลาดอยู่ในระดับสูง
เมื่อมองภาพรวมของวันนี้ ตลาดอยู่ในภาวะที่เรียกว่า cautious bearish หรือระมัดระวังในเชิงลบ แต่ภายใต้ผิวน้ำมีการหมุนเปลี่ยนกลุ่มอย่างรุนแรง พลังงานและธนาคารกลายเป็นที่หลบภัย ขณะที่เทคโนโลยีและสายการบินถูกเทขาย ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนและนักวิเคราะห์ทุกสายตากำลังจับตามองต่อจากนี้คือ ตัวเลข CPI ของสหรัฐฯ ที่จะเปิดเผยในอีกไม่กี่วัน ซึ่งหากออกมาต่ำกว่าคาด อาจฉุดให้ดอกเบี้ยขาขึ้นและหนุนหุ้นเทคฯ กลับมาดีดตัวแรง ในทางตรงกันข้าม หากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านบานปลาย ราคาน้ำมันจะทะยานขึ้นไปอีกและซ้ำเติมแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มขนส่งและเทคโนโลยี รายงานผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ในอีกหนึ่งถึงสองสัปดาห์ข้างหน้าก็จะเป็นตัวตัดสินว่า มูลค่าหุ้น AI ที่ถูกตั้งคำถามอยู่นี้จะได้รับการยืนยันจากตัวเลขกำไรจริงหรือไม่
สำหรับวันนี้ ตลาดถูกกำกับด้วยภูมิรัฐศาสตร์และวัฏจักรดอกเบี้ยโลก นักลงทุนจึงควรให้ความสำคัญกับการติดตามพัฒนาการระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และถ้อยแถลงของธนาคารกลางหลัก ๆ อย่างใกล้ชิด ขอบคุณที่รับฟังรายงาน Daily Economic News Voice Briefing ในวันนี้ แล้วพบกันใหม่ครับ/ค่ะ
⏱️ ระบบจัดเก็บเสียงเมื่อ: 18 July 2026 - 21:32 น.