แปลเป็นภาษาไทย : # ดัชนี SET of Thailand ปรับตัวขึ้นจากกำไรของธนาคารและเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศ; เป้าหมาย 1,700-1,730 จุดอยู่ในเกมขณะที่เสถียรภาพทางการเมืองเป็นแรงหนุนความเชื่อมั่น
## 1. บริบทเศรษฐกิจมหภาคและการเมือง (เหตุผล “ทำไม”)
🏦 ปัจจัยกระตุ้นจากกำไรธนาคารและความเป็นผู้นำของภาคส่วน
– TTB (ทีเอ็มบีธนชาต) รายงาน กำไร Q2/69 สูงกว่าคาด ทำให้เกิดการปรับตัวขึ้นในวงกว้างของกลุ่มธนาคาร ดันดัชนี SET ไปที่ 1,646.00 (+0.42%) เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ซึ่งตอกย้ำ Narrative การขับเคลื่อนด้วยกำไรใน H2 2026
– KTB (ธนาคารกรุงไทย) เทคนิคอลยืนยันการทะลุกรอบของทั้งภาคส่วน: แนวโน้มขาขึ้น, ทะลุกรอบขึ้น, MACD Crossover, ปริมาณการซื้อขายขยายตัวขณะทะลุกรอบ, R:R 1.75
💰 คลื่นเงินทุนต่างประเทศ
– ประมาณ 7 หมื่นล้านบาท สุทธิสะสมตั้งแต่ต้นปีของนักลงทุนต่างชาติ (ใกล้ถึง 2.8 หมื่นล้านบาทในเดือนกรกฎาคมนี้เท่านั้น)
– ปัจจัยขับเคลื่อน: (1) เสถียรภาพทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง, (2) การประเมินมูลค่าที่น่าสนใจ (ไทยซื้อขายที่ PE ~12-13 เท่าเทียบกับเพื่อนบ้านในภูมิภาค), (3) การเป็นประเทศผู้ได้รับประโยชน์จากการย้ายฐานผลิต AI/ห่วงโซ่อุปทาน, (4) การรับรองความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของ พระราชกำหนดเงินกู้ 4 แสนล้านบาท (ความน่าเชื่อถือทางการคลัง)
🎯 การปรับเพิ่มเป้าหมายของโบรกเกอร์
– หลักทรัพย์กสิกรไทย: เป้าหมาย 1,645 (ระยะสั้น), แนวรับ 1,600/1,575
– BBLAM / Consensus: 1,700–1,730 ภายในสิ้นปี
– ปัจจัยขับเคลื่อนหลัก: การเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียน, การฟื้นตัวของ GDP, ความคาดหวังรอบการลดดอกเบี้ย, การคลี่คลายของภูมิรัฐศาสตร์
⚠️ ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม
– การขายทิ้งหุ้นชิปของสหรัฐฯ / การชะลอตัวของ GDP จีน (Q2 2026 ชะลอตัวมากที่สุดในรอบ 3+ ปี) → การกระจายความเสี่ยง
– ความตึงเครียดตะวันออกกลาง (การล่มสลายของข้อตกลงหยุดยิงอิหร่าน) → ความผันผวนของพลังงาน, แรงกดดันขายหุ้นใหญ่ (GULF, PTT)
– มุมมองของ Globlex: 1,610–1,650 การพักตัวในสัปดาห์นี้
🏛️ การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง
– ตลาดหลักทรัพย์ฯ ผ่อนปรนเกณฑ์การจดทะเบียนสำหรับบริษัท New Economy เร่ง pipeline การเสนอขายหุ้น IPO
– การทบทวน PDP (แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า) → กลุ่มพลังงาน/สาธารณูปโภค (GULF, BGRIM, GPSC, GUNKUL) เป็นผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากนโยบาย