สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำ วันพฤหัสบดี ที่ ยี่สิบสาม กรกฎาคม สองพันห้าร้อย หกสิบเก้า เวลา สิบสองนาฬิกา สามสิบเจ็ดนาที ครับ
ภูมิทัศน์ เศรษฐกิจมหภาคโลก กำลังถูกปรับเปลี่ยน จากแรงกระแทก สองด้าน ต่อความน่าเชื่อถือ ของธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด ครับ
ด้านแรก คือ คำตัดสิน ของศาลฎีกาสหรัฐ เมื่อวันที่ยี่สิบเก้า มิถุนายน ที่คุ้มครอง ผู้ว่าการ เฟด ลิซ่า คุก ไว้ชั่วคราว จากการถูกประธานาธิบดีปลด และด้านที่สอง คือ ความวิตกในตลาด ต่อแผนการลดงบดุล มูลค่า หกจุดเจ็ด ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ของนายเควิน วอร์ช
การแทรกแซง ทางการเมือง แบบนี้ ไม่เคยปรากฏ ในประวัติศาสตร์เฟดยุคใหม่ ทำให้เกิด ความเสี่ยงระดับสถาบัน เพิ่มเติมขึ้นมา จากความไม่แน่นอน ด้านนโยบายการเงิน ที่มีอยู่แล้วครับ
ในขณะเดียวกัน ความตึงเครียด ในช่องแคบฮอร์มุซ ที่เพิ่มสูงขึ้น กำลังสร้างภาวะ ช็อกด้านอุปทานพลังงาน ดันราคาน้ำมันดีเซล พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว และทำให้ภาพรวมเงินเฟ้อ ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
การบรรจบกัน ของความน่าเชื่อถือเฟดที่ถูกกัดกร่อน ความเสี่ยงเงินเฟ้อจากต้นทุนพลังงาน และความกังวล เรื่องการประเมินมูลค่า หุ้นเทคโนโลยี ที่เกี่ยวกับเอไอ กำลังบีบอัด ความอยากเสี่ยง และเปลี่ยนทิศทางตลาด ไปสู่การลดความเสี่ยง อย่างระมัดระวัง ภายใต้แรงกดดัน เชิงสแตกเฟลชัน
ตลาดเกิดใหม่ กำลังแบกรับแรงกระทบ อย่างหนัก ครับ อินโดนีเซีย เสี่ยงถูกปรับลดระดับ สู่ตลาดฟรอนเทียร์ และดัชนีฮั่งเส็ง ก็ร่วงลง จากความวิตก ด้านการประเมินมูลค่า หุ้นเทคโนโลยี นี่ไม่ใช่สภาพแวดล้อม ที่มีตัวเร่ง เหตุการณ์เพียงจุดเดียว แต่เป็นเหตุการณ์ตึงเครียด หลายด้านพร้อมกัน ครับ
ด้านภาพรวมอารมณ์ตลาด ขณะนี้ อยู่ในโหมด ระมัดระวัง และลดความเสี่ยง แรงกดดันสแตกเฟลชัน เพิ่มขึ้น โดยมีความกังวล ด้านภูมิรัฐศาสตร์ แทรกซ้อน
อารมณ์นักลงทุน ค่อนไปทางลบ อย่างระมัดระวัง โดยถดถอยลง จากช่วงปลายเดือนมิถุนายน ที่เป็นกลาง ถึงระมัดระวังเชิงบวก ครับ
มาดู ภาพรวมตลาดสำคัญ นะครับ
ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ระดับ ห้าหมื่นสองพัน แปดร้อยเจ็ดสิบหกจุด ลดลง ศูนย์จุดสามสาม เปอร์เซ็นต์ ในวันที่เจ็ด กรกฎาคม
ดัชนีแนสแด็ก อยู่ที่ สองหมื่นเก้าพัน แปดร้อยสิบหกจุด ลดลง หนึ่งจุดห้าสอง เปอร์เซ็นต์ เมื่อวันที่หนึ่ง กรกฎาคม สะท้อนแรงกดดัน ในหุ้นกลุ่มเติบโต และเทคโนโลยี
ดัชนี สต็อกซ์ ยูโรป หกร้อย ปิดที่ หนึ่งพันเก้าร้อยหกจุด ลดลง หนึ่งจุดศูนย์สี่ เปอร์เซ็นต์ ในวันเดียวกัน
ส่วน นิฟตี้ ห้าสิบ ของอินเดีย อยู่ที่ สองหมื่นสามพัน แปดร้อยแปดสิบสองจุด ร่วงลง สองจุดหนึ่งสอง เปอร์เซ็นต์ ในวันที่แปด กรกฎาคม ตามแรงขาย ในตลาดเกิดใหม่
ราคาทองคำ ปรับตัวลดลง ตามข้อมูล วันที่สิบสาม กรกฎาคม จากแรงกดดัน ของเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า
ราคาน้ำมันดีเซล และน้ำมันดิบ พุ่งสูงขึ้น จากความกังวล ด้านอุปทาน ในช่องแคบฮอร์มุซ ครับ
มาเจาะลึก ประเด็นสำคัญ กันครับ
ประเด็นแรก ความน่าเชื่อถือ เชิงสถาบันของเฟด ที่ถูกสั่นคลอน จากคำตัดสิน ของศาลฎีกา ที่คุ้มครอง ผู้ว่าการ ลิซ่า คุก ให้ดำรงตำแหน่ง ต่อไปชั่วคราว ระหว่างการฟ้องร้อง ต่อความพยายาม ของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่จะปลดเธอ
สถานการณ์นี้ ทำให้เกิดความกังวล เรื่องการเมือง แทรกแซงนโยบายการเงิน อย่างรุนแรง
หากเปรียบเทียบ กับเหตุการณ์ในอดีต ช่วง ยุคประธานาธิบดีนิกสัน และ ประธานเฟดเบิร์นส์ ความน่าเชื่อถือ ที่ลดลงของธนาคารกลาง จะนำไปสู่ การคาดการณ์เงินเฟ้อ ที่สูงขึ้น และ เส้นอัตราผลตอบแทน พันธบัตรที่ชันขึ้น
ผลที่คาดการณ์ คือ เป็นลบ ต่อหุ้นกลุ่มการเงิน และตลาดหุ้นในวงกว้าง เพราะอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ที่สูงขึ้น และความไม่แน่นอน ด้านนโยบาย จะกดดัน ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ ของธนาคาร และเพิ่ม ส่วนชดเชยความเสี่ยง ของตลาดหุ้น
สำหรับตลาดไทย หุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ ที่ไม่ใช่ธนาคาร อย่าง เอส เอ ดับเบิ้ลยู เอ ดี เอ็ม ที ซี และ ที ไอ ดี แอล อาร์ จะถูกกดดัน จากต้นทุนการกู้ยืม ที่สูงขึ้น ครับ
ประเด็นที่สอง การหยุดชะงัก ด้านอุปทานพลังงาน ในช่องแคบฮอร์มุซ ราคาน้ำมันดีเซล ที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลกระทบ โดยตรง หลายทาง
ด้านบวก ชัดเจน สำหรับหุ้นกลุ่มพลังงาน ต้นน้ำ และโรงกลั่น เช่น ปตท. สำรวจและผลิต ปิโตรเลียม หรือ พีทีทีอีพี พีทีที ทีโอพี และ เอสพีอาร์ซี
ด้านลบ กระทบต่อ กลุ่มสายการบิน และขนส่ง อย่าง เอเอวี การบินไทย? … เอเอวี บางกอกแอร์เวย์ส บีเอ การบินกรุงเทพ? ผมขอพูดใหม่ ครับ เอเอวี คือ บางกอกแอร์เวย์ส บีเอ การบินกรุงเทพ และ เคอีเอ็กซ์ เคอรี่ เอ็กซ์เพรส ซึ่งต้นทุนเชื้อเพลิง จะบีบอัดมาร์จิ้น โดยตรง
นอกจากนี้ เงินบาทที่อ่อนค่า จากต้นทุนนำเข้าพลังงาน ยังเป็นลบ ต่อผู้ผลิตไฟฟ้า ที่มีหนี้สกุลดอลลาร์ ได้แก่ บีกริม จีพีเอสซี และ กัลฟ์
ประเด็นที่สาม การประเมินมูลค่า หุ้นเทคโนโลยี และเอไอ ทั่วโลก กำลังถูกตั้งคำถาม ครับ
ดัชนีฮั่งเส็ง ปรับตัวลง ร้อยละหนึ่ง ในวันที่สิบเจ็ด กรกฎาคม ตามแรงขาย หุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก ซึ่งสอดคล้องกับ แนสแด็ก ที่ร่วงลง ก่อนหน้านี้
แรงกดดัน มาจากสามด้าน คือ อัตราคิดลดที่สูงขึ้น ต้นทุนพลังงาน ที่แพงขึ้น และการปรับฐาน การประเมินมูลค่า
อย่างไรก็ตาม มีจุดที่น่าสนใจ คือ ยูนิทรี โรโบติกส์ ได้รับอนุมัติ เสนอขายหุ้นไอพีโอ ในตลาดสตาร์ มาร์เก็ตของจีน ระดมทุน หกร้อยสิบแปดล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนว่า จีนยังหนุน ฮาร์ดแวร์เอไอ แม้ภาพรวมกลุ่ม จะอ่อนแอ
ประเด็นที่สี่ แรงกดดัน ในตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะ อินโดนีเซีย ที่เสี่ยงถูกลดสถานะ สู่ตลาดฟรอนเทียร์ จากเอสแอนด์พี ดาวโจนส์ ส่งผลให้ ดัชนีจาการ์ตา คอมโพสิต ร่วงลง ร้อยละหนึ่งจุดห้า และนับจากต้นปี ขาดทุนสะสมถึง ร้อยละสามสิบสอง
นอกจากนี้ ธนาคารกลางอินโดนีเซีย ยังตรึงดอกเบี้ย ที่ ร้อยละห้าจุดเจ็ดห้า อย่างเหนือความคาดหมาย ทั้งที่เงินเฟ้อ อยู่ที่ ร้อยละสามจุดสามสี่ สะท้อน ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ระหว่างเงินเฟ้อสูง กับเศรษฐกิจเปราะบาง
แรงขาย ได้ลามไปยังภูมิภาค โดยดัชนี นิฟตี้ห้าสิบ ของอินเดีย ร่วงลง สองจุดหนึ่งสอง เปอร์เซ็นต์ ในวันเดียวกัน
ในแง่ผลกระทบต่อไทย เงินบาทที่อ่อนค่า จากแรง contagion ในอาเซียน กลับเป็นผลดี ต่อผู้ส่งออกไทย ในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เช่น เดลต้า เคซีอี ฮาน่า และกลุ่มอาหาร เช่น ทียู ซีพีเอฟ ไอทีซี เอเอไอ
สำหรับ มุมมองการลงทุน ที่มีความเชื่อมั่นสูง
เรามองว่า ควรเพิ่มน้ำหนัก ในหุ้นกลุ่มพลังงาน ต้นน้ำและโรงกลั่น เช่น พีทีทีอีพี พีทีที ทีโอพี เอสพีอาร์ซี จากตัวเร่ง ชัดเจนเรื่องอุปทานน้ำมัน
รวมถึง เพิ่มน้ำหนัก ในหุ้นผู้ส่งออกไทย ที่ได้ประโยชน์ จากค่าเงินบาทอ่อน
และควร ลดน้ำหนัก หุ้นสายการบิน และขนส่ง อย่าง เอเอวี บีเอ เคอีเอ็กซ์ และลดหุ้นการเงิน ในประเทศ ที่มีหนี้สิน ดอลลาร์สูง
พร้อมทั้ง ติดตามตัวเร่ง สำคัญอย่างใกล้ชิด ได้แก่ รายละเอียดแผนลดงบดุล ของวอร์ช ข่าวหัวข้อ ช่องแคบฮอร์มุซ การตัดสินใจ ของเอสแอนด์พี ต่อสถานะอินโดนีเซีย และข้อมูลเงินเฟ้อ สหรัฐ ครับ
สำหรับฉากทัศน์ ความเสี่ยง
กรณีฐาน โอกาสห้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์ ปัญหาความน่าเชื่อถือเฟด ยังมีอยู่ แต่ไม่บานปลาย พลังงานยังแพง แต่ไม่ถึงขั้นปิดล้อม อินโดนีเซีย ถูกจำกัดความเสี่ยง หุ้นแกว่งตัว ในกรอบ โดยกลุ่มพลังงาน และรับประกัน ยังเด่น
กรณีบวก โอกาสยี่สิบเปอร์เซ็นต์ แผนวอร์ช ผ่อนคลายลง ความตึงเครียดในช่องแคบ คลี่คลาย ส่งผลให้เกิด แรงรีบาวด์ ในหุ้นเทค และตลาดเกิดใหม่
กรณีลบ โอกาสยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ วิกฤติ เฟดลุกลาม เกิดการปะทะ ทางทหาร ในฮอร์มุซ ดันน้ำมันดิบ เกิน หนึ่งร้อยยี่สิบดอลลาร์ อินโดนีเซีย ถูกปรับลดระดับ จนเกิดวิกฤต ตลาดเกิดใหม่อาเซียน ให้ลดความเสี่ยง สูงสุดครับ
คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น
ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ