สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันอาทิตย์ที่ ยี่สิบหก กรกฎาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา สิบสองนาฬิกา สามสิบเจ็ดนาที
ขณะนี้ ตลาดการเงินโลก กำลังเผชิญกับ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ที่ทวีความรุนแรงขึ้น จากปฏิบัติการทางทหาร ระหว่างสหรัฐอเมริกา และอิหร่าน รวมถึงปัญหาการเดินเรือ ในตะวันออกกลาง อย่างต่อเนื่อง
ส่งผลให้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส ขึ้นไปยืนเหนือ หนึ่งร้อยดอลลาร์สหรัฐ ต่อบาร์เรล ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นระดับที่มีนัยสำคัญทางจิตวิทยา
สถานการณ์นี้ ได้ส่งแรงกระตุ้น แบบสแตกเฟลชัน ไปทั่วทั้งตลาดโลก โดยดัชนีราคาผู้บริโภค ที่ปรับตัวสูงขึ้น กำลังกัดกร่อน กำลังซื้อของผู้บริโภค และบีบอัด อัตรากำไร ของภาคขนส่ง และสินค้าฟุ่มเฟือย
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ได้ปรับเพิ่ม คาดการณ์เงินเฟ้อโลก ปีสองพันห้าร้อยหกสิบเก้า ขึ้นเป็น สี่จุดเจ็ดเปอร์เซ็นต์ โดยอ้างอิงถึง แรงกดดัน จากราคาพลังงาน และสินค้าโภคภัณฑ์ ที่ยืดเยื้อ
ความคงอยู่ของเงินเฟ้อนี้ กำลังทำให้ การคาดการณ์ เรื่องการลดดอกเบี้ย ของตลาด ซับซ้อนยิ่งขึ้น โดยธนาคารกลางสหรัฐ ยังคงส่งสัญญาณ คงนโยบายการเงินที่เข้มงวด และการตัดสินใจ ของธนาคารกลางญี่ปุ่น ก็ถูกจับตามอง อย่างใกล้ชิด
ภายใต้ภาพรวมนี้ ตลาดกำลังเกิด ปรากฏการณ์ ตลาดรูปตัวเค อย่างชัดเจน โดยหุ้นกลุ่ม ปัญญาประดิษฐ์ เซมิคอนดักเตอร์ และพลังงาน ได้รับแรงซื้อ เชิงโครงสร้าง ในขณะที่หุ้นอุตสาหกรรมทั่วไป ธนาคารนอกกลุ่มที่ได้ประโยชน์ และหุ้นที่พึ่งพา ผู้บริโภค กำลังถูกขายทำกำไร
การที่ศาลสูงสุดสหรัฐ ยืนยัน ความเป็นอิสระ ของธนาคารกลางสหรัฐ ได้ขจัด ความเสี่ยงด้านท้ายกระจาย ออกไป แต่ไม่ได้ช่วยชดเชย แรงต้านจากราคาพลังงาน ที่เป็นปัจจัยหลัก ได้มากนัก
บรรยากาศการลงทุนในปัจจุบัน อยู่ในภาวะ ระมัดระวังและมีแนวโน้มเป็นลบ โดยเปลี่ยนจากมุมมอง เชิงบวกอย่างระมัดระวัง ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน การทะลุแนวต้าน หนึ่งร้อยดอลลาร์ ของน้ำมันเวสต์เทกซัส ประกอบกับการปรับเพิ่ม คาดการณ์เงินเฟ้อของไอเอ็มเอฟ และการขาด หนทางออก ทางการทูต ในความขัดแย้ง ระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน ได้บั่นทอน ความอยากเสี่ยง ลงอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะนี้ กำลังเกิดการหมุนเวียน การลงทุนเชิงป้องกัน ไปยังกลุ่มพลังงาน หุ้นปัญญาประดิษฐ์บางตัว และถือเงินสด
สำหรับภาพรวมตลาด ดัชนีสำคัญเคลื่อนไหวแบบผสมผสาน โดยฟิวเจอร์สหรัฐ ปรับตัวลง จากความกังวล เรื่องดอกเบี้ย ตลาดหุ้นยุโรป ทรงตัว ดัชนีนิฟตี้ฟิฟตี้ บวกศูนย์จุดสามสี่เปอร์เซ็นต์ และตลาดดูไบ ปรับลง ตั้งแต่ศูนย์จุดหนึ่งแปด ถึงศูนย์จุดสามสองเปอร์เซ็นต์
ด้านตลาดตราสารหนี้ ผลตอบแทน พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น ไม่มีข้อมูลที่อัปเดต แต่คาดการณ์ว่า อยู่ในระดับสูง จากแรงกดดันเงินเฟ้อ
ในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน และสินค้าโภคภัณฑ์ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้น สร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำ ขณะที่น้ำมันพุ่งขึ้น จากความเสี่ยง ด้านอุปทานเชิงภูมิรัฐศาสตร์
ส่วนดัชนีความผันผวน ยังไม่มีข้อมูล แต่คาดว่าปรับตัวสูงขึ้น จากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
สำหรับการวิเคราะห์ เชิงประเด็นสำคัญ ประเด็นแรก คือความขัดแย้ง สหรัฐฯกับอิหร่าน และอุปทานพลังงาน ชะงักงัน
โดยราคาน้ำมัน ที่พุ่งขึ้นนี้ ส่งผลบวกต่อ กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค อาทิ ปตท.สผ. ปตท. ไทยออยล์ และสตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง ผ่านราคาขายที่สูงขึ้น ในทางกลับกัน ส่งผลลบต่อ กลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ อย่าง เอเชีย เอวิเอชั่น การบินกรุงเทพ และเคอีเอ็กซ์ จากต้นทุนเชื้อเพลิงที่บีบอัด
นอกจากนี้ ค่าเงินบาทที่อ่อน จากภาระการนำเข้าพลังงาน ยังกระทบต่อ ผู้ผลิตไฟฟ้า ที่มีหนี้สิน ในสกุลเงินดอลลาร์ อย่างบี.กริม พาวเวอร์ โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ และกัลฟ์ เอ็นเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์
ผลกระทบที่คาดการณ์ คือกลุ่มพลังงานต้นน้ำ และปิโตรเคมี จะได้ประโยชน์ในระดับสูง ในช่วงหนึ่งถึงสี่สัปดาห์ กลุ่มถ่านหิน อย่างบ้านปูและลานนา ได้ประโยชน์ จากอุปสงค์ ทดแทน ด้านกลุ่มสายการบิน และโลจิสติกส์ เผชิญแรงกดดันรุนแรงในช่วงสั้นๆ และผู้ผลิตไฟฟ้าที่มีหนี้ดอลลาร์ ถูกกดดันจากสองด้าน คือต้นทุนพลังงานสูง และผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
กลไกการส่งผ่านนั้น ชัดเจน คืออุปทานน้ำมันที่ชะงัก ทำให้ต้นทุนนำเข้า ในระบบเศรษฐกิจจริง เพิ่มขึ้น กดดันผู้บริโภค และอัตรากำไรของบริษัท นอกกลุ่มพลังงาน ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ยังส่งผ่านไปยังดัชนีราคาผู้บริโภค ชะลอการลดดอกเบี้ย ของธนาคารกลาง และทำให้อัตราคิดลด สำหรับหุ้นเติบโตสูงขึ้น
資金ไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย หนุนค่าเงินดอลลาร์แข็ง สร้างแรงกดดัน ซ้ำเติม ต่อตลาดเกิดใหม่ และสินค้าโภคภัณฑ์ ที่มีราคาเป็นดอลลาร์ ความเชื่อมั่นในประเด็นนี้ อยู่ในระดับสูง เนื่องจากความสัมพันธ์ ระหว่างราคาน้ำมัน กับผลประกอบการ กลุ่มพลังงานและขนส่ง นั้นชัดเจนมาก
ประเด็นที่สอง คือการคงนโยบายเข้มงวด ของธนาคารกลางสหรัฐ และตลาดหุ้น รูปตัวเค
ธนาคารกลางสหรัฐ ยังส่งสัญญาณ เหยี่ยว ท่ามกลางเงินเฟ้อ จากพลังงานที่ยืดเยื้อ และคำตัดสินของศาลสูง ที่หนุนความเป็นอิสระ โดยปัจจัยเร่งต่อไป คือผลประกอบการ ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ และจีดีพีไตรมาสสอง
จากประวัติศาสตร์ อัตราดอกเบี้ยนโยบายขาขึ้น เป็นบวกต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย ของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ อย่างกรุงเทพ กรุงไทย กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ และทหารไทยธนชาต แต่เป็นลบต่อผู้ให้กู้รายย่อย ที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย อย่างศรีสวัสดิ์ เมืองไทยแคปปิตอล และเงินติดล้อ
ผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น ลงโทษหุ้นเติบโต ที่มีระยะเวลายาว ยกเว้นในธีมปัญญาประดิษฐ์
ผลกระทบที่คาด คือกลุ่มแบงก์ใหญ่ ได้ประโยชน์ระดับกลาง ในหนึ่งถึงสี่สัปดาห์ จากส่วนต่างดอกเบี้ยขาขึ้น ส่วนผู้ให้กู้รายย่อย เจอทั้งต้นทุนเงินทุนสูง และคุณภาพสินเชื่อที่แย่ลง ในสภาพแวดล้อม แบบสแตกเฟลชัน
ขณะที่ตลาดหุ้นรูปตัวเค จะทำให้หุ้นปัญญาประดิษฐ์ และเซมิคอนดักเตอร์ แยกตัวออกจากตลาดในวงกว้าง โดยมีปัจจัยหนุน จากการระดมทุนไอพีโอ ของอู่หนี่โรโบติกส์ ในตลาดสตาร์มาร์เก็ต และไชน่ารีซอร์ส นิวเอนเนอร์ยี่
ความเชื่อมั่นต่อกลุ่มแบงก์ใหญ่ และผู้ให้กู้รายย่อย อยู่ในระดับสูง ส่วนความยั่งยืน ของตลาดรูปตัวเค อยู่ในระดับปานกลาง
ประเด็นที่สาม การส่งผ่านเงินเฟ้อ และความตึงตัว ของภาคผู้บริโภคและพาณิชย์
ไอเอ็มเอฟปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อโลก มาที่สี่จุดเจ็ดเปอร์เซ็นต์ โดยได้แรงหนุน จากราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ ตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภค และผลประกอบการ ของไนกี้และคอนสเตลเลชัน แบรนด์ส จะเป็นมาตรวัดสำคัญ
ในอดีต ราคาผู้บริโภคสูง และความเชื่อมั่นต่ำ เป็นลบต่อภาคค้าปลีกทั่วไป แต่การฟื้นตัว ของดัชนีราคา เป็นบวกต่อผู้ค้าปลีก ที่มียอดขายสาขาเดิมแข็งแกร่ง อย่างซีพีออลล์ ซีพีแอกซ์ตร้า เซ็นทรัลรีเทล และเซ็นทรัลพัฒนา
ค่าเงินบาทอ่อน เป็นบวกต่อผู้ส่งออกอาหาร อย่างไทยยูเนี่ยน เจริญโภคภัณฑ์อาหาร ไอ.ที.ซี. และ แอโรว์ แอกริคัลเชอรัล
ผลกระทบ คือค้าปลีกสินค้าฟุ่มเฟือย จะถูกบีบอัดปริมาณ จากค่าพลังงาน ที่เบียดบังรายได้ผู้บริโภค ส่วนผู้ส่งออกอาหาร จะได้ประโยชน์ จากค่าเงินบาทอ่อน และสินค้าจำเป็น อย่างซีพีออลล์ จะมีความยืดหยุ่นสูง จากอุปสงค์ที่ไม่ยืดหยุ่น
ความเชื่อมั่นในประเด็นนี้ อยู่ในระดับปานกลาง
ประเด็นที่สี่ การลงทุนเชิงโครงสร้าง ในปัญญาประดิษฐ์ และเซมิคอนดักเตอร์ ท่ามกลางความผันผวน
คำแนะนำของบลูเบลล์ ให้มุ่งเน้นหุ้นปัญญาประดิษฐ์ และเซมิคอนดักเตอร์ เป็นแกนหลักพอร์ต ในตลาดรูปตัวเค โดยมีแรงหนุน จากการอนุมัติไอพีโอ และผลประกอบการ ที่จะประกาศ
สำหรับตลาดหุ้นไทย หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ อย่างเดลต้า เคซีอี และฮานา จะได้ประโยชน์ จากค่าเงินบาทอ่อน ต่อรายได้ส่งออก
ในภาพรวม หุ้นปัญญาประดิษฐ์และเซมิคอนดักเตอร์ กำลังทำหน้าที่ เป็นพร็อกซี่ การเติบโต ที่ไม่เกี่ยวกับดอกเบี้ย ทำให้นักลงทุน มองว่า การเติบโตเชิงโครงสร้าง และข้อจำกัดด้านอุปทาน เป็นจุดหมายที่ปลอดภัย กว่าความเสี่ยงวัฏจักร
ความเชื่อมั่นในประเด็นนี้ อยู่ในระดับปานกลาง
สำหรับแนวทางการลงทุน ที่มีความเชื่อมั่นสูง เรามองว่า ควร ลงทุนมากกว่าตลาด ในกลุ่มผู้ผลิตพลังงาน ขณะที่ ลงทุนน้อยกว่าตลาด ในกลุ่มขนส่ง พร้อมเลือกถือ หุ้นธนาคารใหญ่ และผู้ส่งออกเชิงป้องกัน
หุ้นที่น่าสนใจที่สุด คือกลุ่มพลังงานต้นน้ำ อย่าง ปตท.สผ. ปตท. ไทยออยล์ และเอสพีอาร์ซี เพราะความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ ชัดเจนที่สุด โดยระยะเวลาลงทุน หนึ่งถึงสี่สัปดาห์ หรือจนกว่าจะมีข่าว การหยุดยิงที่น่าเชื่อถือ
ในทางตรงกันข้าม กลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ คือกลุ่มที่ควร หลีกเลี่ยงที่สุด เพราะต้นทุนเชื้อเพลิง ที่เพิ่มขึ้น เป็นแรงกดดันโดยตรง
ในกลุ่มการเงิน ควรเลือก ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ อย่างกรุงเทพ กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ แทนที่จะเป็น ผู้ให้กู้นอกธนาคาร เนื่องจากส่วนต่างดอกเบี้ย ที่ขยายตัวขึ้น จะช่วยหนุน ในขณะที่คุณภาพสินเชื่อ ของผู้ให้กู้รายย่อย กำลังถดถอย
โดยสรุป เราให้น้ำหนักการลงทุนมาก ในกลุ่มพลังงาน กลุ่มธนาคารใหญ่ และผู้ส่งออกอาหาร ให้น้ำหนักน้อยลง ในกลุ่มขนส่ง สินเชื่อรายย่อย และผู้ผลิตไฟฟ้าที่มีหนี้ดอลลาร์ และใช้กลยุทธ์การป้องกันความเสี่ยง โดยการเข้าซื้อหุ้นพลังงาน และขายชอร์ตหุ้นสายการบิน
ปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ พัฒนาการ การหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน ตัวเลขจีดีพีไตรมาสสอง ผลประกอบการของกลุ่มเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ การตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐและญี่ปุ่น และความสามารถของน้ำมัน ในการยืนเหนือระดับหนึ่งร้อยดอลลาร์
สำหรับสถานการณ์ความเสี่ยง กรณีฐาน มีโอกาสห้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์ คือความตึงเครียดยืดเยื้อ น้ำมันแกว่งตัว ในกรอบเก้าสิบห้าถึงหนึ่งร้อยสิบดอลลาร์ เฟดคงดอกเบี้ย ตลาดรูปตัวเค ยังอยู่ กลุ่มพลังงานเด่นกว่า
กรณีบวก มีโอกาสยี่สิบเปอร์เซ็นต์ คือการบรรลุข้อตกลง หยุดยิงทางการทูต ราคาน้ำมันร่วงลงสิบถึงสิบห้าดอลลาร์ กลุ่มที่เคยถูกกดดัน ฟื้นตัวแรง
กรณีลบ มีโอกาสยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ คือสงครามเต็มรูปแบบ น้ำมันพุ่งเกินหนึ่งร้อยสามสิบดอลลาร์ ตลาดหุ้นร่วงแปดถึงสิบสองเปอร์เซ็นต์ เงินสดเป็นสินทรัพย์ ที่ปลอดภัยที่สุด
ดังนั้น ข้อสรุปสำคัญ คือ ผู้ผลิตพลังงาน เป็นการลงทุน ระยะยาวที่มั่นใจที่สุด อันดับสอง สายการบินและโลจิสติกส์ เผชิญแรงกดดัน รุนแรงที่สุด อันดับสาม ธนาคารใหญ่ เป็นตัวป้องกันความเสี่ยง จากดอกเบี้ยขาขึ้น อันดับสี่ ตลาดรูปตัวเค เป็นโครงสร้างระยะยาว และอันดับห้า เงินเฟ้อโลก ที่สี่จุดเจ็ดเปอร์เซ็นต์ กำลังยืนยันแรงกดดัน ด้านราคา ที่จะจำกัดการผ่อนคลายนโยบายการเงิน
สุดท้าย การติดตามข่าวหยุดยิง คือตัวเร่งที่ทรงพลังที่สุด
คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น
ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ
ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า I V C InvestZone dot eddy ai dot tech สวัสดีครับ