ข่าวเศรษฐกิจมหภาค VOICE

Economic Voice News

24 July 2026

📅 ข้อมูลข่าวประจำวันที่: 24/07/2026 5:47 am

สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก

สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก

ประจำวันศุกร์ที่ ยี่สิบสี่ กรกฎาคม พุทธศักราชสองพันห้าร้อยหกสิบเก้า

เวลา สิบสองนาฬิกา สามสิบเจ็ดนาที ครับ

ในช่วงการซื้อขายล่าสุด ตลาดหุ้นทั่วโลก เผชิญแรงเทขายอย่างหนัก นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี

ดัชนีแนสแดค ดิ่งลงถึง สองจุดหนึ่งห้าเปอร์เซ็นต์ ขณะที่ เอสแอนด์พี ห้าร้อย ลดลง หนึ่งจุดสองหนึ่งเปอร์เซ็นต์

และ ดาวโจนส์ ลดลง ศูนย์จุดเก้าเจ็ดเปอร์เซ็นต์

ตลาดกำลังตอบสนอง ต่อสองปัจจัยลบ ที่ซ้ำเติมกัน

หนึ่ง คือ ความกังวลเรื่องการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ที่กลับมาแรงอีกครั้ง

หลังจากที่ ธนาคารกลางยุโรป ยังคงเดินหน้าจุดยืนสายเหยี่ยว

และ นายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐ เตรียมแถลงต่อสภาคองเกรส

สอง คือ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ที่ทวีความรุนแรงขึ้น จากความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ อิหร่าน

การที่ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อโลก ปีสองพันห้าร้อยหกสิบเก้า ขึ้นมาเป็น สี่จุดเจ็ดเปอร์เซ็นต์

โดยระบุอย่างชัดเจนว่า เป็นผลจากการหยุดชะงักของพลังงานในตะวันออกกลาง

ตอกย้ำให้เห็นภาพ ภาวะเงินเฟ้อสแต็กเฟลชัน ที่กำลังส่งผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์ทั่วโลก

ในอดีต สถานการณ์แบบนี้ ที่เงินเฟ้อจากพลังงาน มาพร้อมกับท่าทีเข้มงวดของธนาคารกลาง

มักจะลงโทษ หุ้นเติบโตที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย และเป็นคุณต่อ กลุ่มผู้ผลิตพลังงาน

การร่วงลงของ ตลาดหุ้นฟุตซี่ หนึ่งร้อย ในวันนี้ ก็สะท้อนภาพนั้นเช่นกัน

โดยกลุ่มพลังงาน และเภสัชภัณฑ์ปรับตัวลง ขณะที่หุ้นกลุ่มความมั่นคง ปรับตัวขึ้น

นี่คือการหมุนเวียนกลุ่มหุ้น ที่บ่งชี้ถึง การตั้งราคาส่วนชดเชยความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์

คำถามสำคัญ สำหรับนักลงทุนคือ การเทขายหุ้นเทคโนโลยีครั้งนี้ เป็นโอกาสในการซื้อ หรือเป็นจุดเริ่มต้นของวงจรการลดมูลค่าที่ลึกกว่านี้

สำหรับภาพรวมของตลาดวันนี้ เรากำลังอยู่ในสภาวะ แรงกดดันเงินเฟ้อสแต็กเฟลชัน และส่วนชดเชยความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์

ความเชื่อมั่นโดยรวม โน้มเอียงไปในทาง ระมัดระวังเชิงลบ ทรุดลงจากจุดยืนที่เป็นกลางเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมอย่างชัดเจน

การดิ่งลงผิดปกติของแนสแดค ซึ่งมีน้ำหนักหุ้นเทคโนโลยีสูง

พร้อมกับการปรับตัวลงพร้อมกัน ของตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา และยุโรป

และ การที่ธนาคารกลางยุโรป เชื่อมโยงการตัดสินใจอัตราดอกเบี้ย กับเงินเฟ้อที่มาจากพลังงานโดยตรง

ล้วนเป็นสัญญาณว่า ความเห็นพ้องเรื่องการลงจอดนุ่มนวล กำลังถูกท้าทาย

ภาพตลาดรูปตัวเค ที่ บลูเบลล์เคยตั้งข้อสังเกตไว้เมื่อต้นเดือน คือหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์และเซมิคอนดักเตอร์ จะทำผลงานโดดเด่นกว่าตลาดโดยรวม

ขณะนี้กำลังถูกทดสอบ อย่างหนัก จากแรงกดดันด้านอัตราดอกเบี้ย

และการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มความมั่นคง ในตลาดฟุตซี่ หนึ่งร้อย เป็นเครื่องยืนยัน ถึงการย้ายเงินทุนเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย ภายในตลาดหุ้น

มาดูตัวเลขเคลื่อนไหวของตลาดที่สำคัญกันครับ

ดัชนีดาวโจนส์ ปิดลบ ศูนย์จุดเก้าเจ็ดเปอร์เซ็นต์

เอสแอนด์พี ห้าร้อย ลบ หนึ่งจุดสองหนึ่งเปอร์เซ็นต์

แนสแดค คอมโพสิต ลบ สองจุดหนึ่งห้าเปอร์เซ็นต์

ตลาดหุ้นฟุตซี่ หนึ่งร้อย ปิดลบต่อเนื่องเป็นวันที่สอง จากแรงขายหุ้นพลังงานและเภสัชภัณฑ์ ขณะที่หุ้นกลุ่มความมั่นคงปรับขึ้น

ส่วนตลาดหุ้นไทย ยังคงแข็งแกร่ง ดัชนี ปิดบวก ศูนย์จุดสองหกเปอร์เซ็นต์ มาที่ หนึ่งพันหกร้อยสามสิบจุดสองหนึ่ง โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงาน

ด้านราคาน้ำมันดิบ ดับเบิลยูทีไอ ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ เจ็ดสิบเอ็ดจุดเจ็ดเจ็ด ดอลลาร์สหรัฐ ต่อบาร์เรล ปรับตัวลดลงรายวัน สองจุดสามแปดเปอร์เซ็นต์ แต่เพิ่มขึ้นรายสัปดาห์ และนับจากต้นปี ยังคงบวกอยู่ ยี่สิบสี่จุดเก้าเก้าเปอร์เซ็นต์

ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตร สกุลเงิน และดัชนีความผันผวน ไม่มีข้อมูลในวันนี้ครับ

มาติดตามกันต่อที่ประเด็นสำคัญ การลดมูลค่าหุ้นเทคโนโลยี ที่เป็นผลกระทบต่อเนื่องจากความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย

ตัวกระตุ้นคือ การร่วงลง วันเดียว สองจุดหนึ่งห้าเปอร์เซ็นต์ ของแนสแดค ซึ่งมากกว่าการปรับลงของดาวโจนส์กว่าสองเท่าตัว

ท่ามกลางความกังวลเรื่องอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น และสัญญาณจากธนาคารกลางยุโรปว่า การขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายน ยังอยู่บนโต๊ะ

แม้เครื่องมือวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของเรา จะไม่มีข้อมูลโดยตรง เกี่ยวกับภาคเทคโนโลยี

แต่กลไกพื้นฐานนั้นชัดเจน การใช้อัตราคิดลดที่สูงขึ้น จะกดมูลค่าปัจจุบันของ หุ้นเติบโตที่มีระยะเวลานาน อย่างรุนแรง

ผลกระทบที่คาดการณ์ จึงเป็นลบต่อหุ้นเทคโนโลยี และกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ทั่วโลก ในกรอบเวลา ศูนย์ถึงสี่สิบแปดชั่วโมง และ หนึ่งถึงสี่สัปดาห์

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ เตือนว่า การลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ที่พุ่งสูง เสี่ยงต่อการเกิดภาวะล่มสลายทางการเงิน

ในทางกลับกัน สำหรับหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ จะได้ประโยชน์จากส่วนต่างดอกเบี้ยที่กว้างขึ้น

ซึ่งเป็นบวกต่อ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย และ ทีเอ็มบีธนชาต

แต่กลุ่มสินเชื่อเพื่อรายย่อย อย่าง ศรีสวัสดิ์ เมืองไทย แคปปิตอล และ เงินติดล้อ จะเผชิญแรงกดดัน เนื่องจากต้นทุนการเงินที่สูงขึ้น

ประเด็นต่อมา เรื่องความเสี่ยงด้านพลังงาน จากความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐอเมริกา และอิหร่าน

เหตุการณ์ล่าสุด อิหร่านได้สั่งการให้กองกำลังฮูตี เตรียมสกัดกั้นการขนส่งน้ำมันในทะเลแดง หากสหรัฐอเมริกา โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน

เครื่องมือวิเคราะห์ของเรา แสดงให้เห็นกฎที่ชัดเจนว่า ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น เป็นบวกต่อกลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค

ได้แก่ ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือ พีทีทีอีพี ปตท. ไทยออยล์ และ เอสพีอาร์ซี

นอกจากนี้ ราคาถ่านหินที่สูงขึ้น ก็เป็นบวกต่อ บ้านปู

ในทางตรงกันข้าม กลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ จะได้รับผลกระทบเชิงลบ

เช่น เอเชีย เอวิเอชั่น บางกอกแอร์เวย์ส และ เคอีเอ็กซ์ เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น จะกดทับอัตรากำไร

ที่น่าสนใจคือ การอนุมัติวงเงินสินเชื่อ หกหมื่นแปดพันล้านบาท จากธนาคารไทยพาณิชย์ ให้แก่ ปตท. เมื่อวันที่ยี่สิบเอ็ด กรกฎาคมที่ผ่านมา

นับเป็นการยืนยันจากสถาบันการเงิน ถึงความแข็งแกร่งของกลุ่มพลังงานในระยะนี้

ความเสี่ยงที่จะเกิดการปิดกั้นเส้นทางเดินเรือทะเลแดง ยังไม่ได้ถูกสะท้อนไปในราคาน้ำมันเต็มที่ การลดลงของราคาน้ำมันรายเดือน เป็นเพราะตลาดมองว่า อุปสงค์จะลดลง

แต่หากมีการขัดขวางการขนส่งเกิดขึ้นจริง ราคาน้ำมันอาจพุ่งทะยานขึ้นอย่างรุนแรง และป้อนกลับไปยังเงินเฟ้อ สร้างวงจรลบที่ธนาคารกลางต้องใช้นโยบายเข้มงวดยิ่งขึ้น

มาที่ฝั่งยุโรปกันบ้าง ธนาคารกลางยุโรป มีมติคงอัตราดอกเบี้ยตามคาดในสัปดาห์นี้

แต่ยังคงเปิดประตูกว้าง สำหรับการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน

โดยอ้างถึงราคาพลังงานที่พุ่งสูง จากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เป็นปัจจัยสำคัญ

การขึ้นดอกเบี้ยในยุโรป ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐยังรอดูข้อมูล อาจทำให้ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้น และเป็นอุปสรรคต่อผู้ส่งออกยุโรป

ตลาดหุ้นฟุตซี่หนึ่งร้อย ก็สะท้อนการหมุนเวียนกลุ่มหุ้นดังกล่าวแล้ว หุ้นพลังงานและเภสัชภัณฑ์อ่อนตัว แต่หุ้นเหมืองแร่และความมั่นคงปรับขึ้น

ประเด็นสุดท้าย ว่าด้วยตลาดรูปตัวเค ระหว่างหุ้นปัญญาประดิษฐ์ กับ การหมุนเข้าพลังงาน

บลูเบลล์ เคยให้คำแนะนำให้เน้นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ แม้ธนาคารกลางจะส่งสัญญาณเข้มงวด

แต่การเทขายแนสแดคในวันนี้ คือบททดสอบแนวคิดนั้น

เราจึงอาจเห็นการปรับเปลี่ยนขาขึ้น จากฝั่งหุ้นเทคโนโลยี มายังกลุ่มพลังงาน และความมั่นคงมากขึ้น

และหากแรงขายในหุ้นเทคโนโลยียังดำเนินต่อไป ผลกระทบต่อเนื่อง อาจไปถึงความต้องการใช้ไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูล และกดดันหุ้นสาธารณูปโภคได้เช่นกัน

จากกฎความสัมพันธ์ที่มีอยู่ และกระแสข่าววันนี้ เราสามารถสรุปจุดยืนการลงทุน ที่มีความเชื่อมั่นสูงได้ดังนี้

หนึ่ง: ให้น้ำหนักการลงทุนเกินตลาดในหุ้นผู้ผลิตพลังงาน ได้แก่ พีทีทีอีพี ปตท. ไทยออยล์ และ เอสพีอาร์ซี

โดยมีปัจจัยหนุนจากการเผชิญหน้าระหว่าง สหรัฐอเมริกาและอิหร่าน การปรับเพิ่มประมาณการเงินเฟ้อของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ

และวงเงินสินเชื่อก้อนใหญ่ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ให้กับ ปตท. กรอบเวลา หนึ่งถึงสี่สัปดาห์

สอง: ให้น้ำหนักเกินตลาดในหุ้นกลุ่มธนาคารไทย ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และ ธนาคารกรุงไทย

จากแนวโน้มส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ขยายตัว และผลประกอบการล่าสุดที่ออกมาดี

สาม: ให้น้ำหนักน้อยกว่าตลาด หรือป้องกันความเสี่ยงในกลุ่มสายการบินและขนส่ง ได้แก่ เอเชีย เอวิเอชั่น บางกอกแอร์เวย์ส และ เคอีเอ็กซ์

จากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น และความเสี่ยงเส้นทางทะเลแดง

และสุดท้าย: ทยอยลงทุนในหุ้นกลุ่มความมั่นคง ตามสัญญาณการหมุนเวียนจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์

สำหรับสิ่งต้องจับตา คือถ้อยแถลงของธนาคารกลางยุโรป สถานการณ์ในทะเลแดง ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐอเมริกา และการแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐ นายวอร์ช

ในส่วนของภาพความเสี่ยง จำลองเป็นสามกรณี

กรณีฐาน โอกาสเกิด ห้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์: ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังอยู่ แต่ไม่บานปลายถึงขั้นปิดกั้นทะเลแดง

ธนาคารกลางคงนโยบายเข้มงวด ตลาดหุ้นเคลื่อนไหวไซด์เวย์ หรืออ่อนตัวลงเล็กน้อย โดยหุ้นพลังงานทำผลงานดีกว่าเทคโนโลยี

กรณีบวก โอกาสเกิด ยี่สิบเปอร์เซ็นต์: สหรัฐอเมริกาและอิหร่าน บรรเทาความขัดแย้ง ผ่านช่องทางการทูต

ราคาพลังงานลดลงอย่างรวดเร็ว ความคาดหวังการลดดอกเบี้ยกลับมา หนุนหุ้นเทคโนโลยีฟื้นตัวแรง พลังงานจะทำผลงานไม่ดี

กรณีลบ โอกาสเกิด ยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์: การขนส่งในทะเลแดงถูกตัดขาด ราคาน้ำมันดับเบิลยูทีไอทะยานเกินเก้าสิบดอลลาร์สหรัฐ

ธนาคารกลางยุโรปขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน ตลาดหุ้นโลกเทขายพร้อมกัน คำเตือนของธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์กลายเป็นจริง

ในกรณีนี้ ต้องถือเงินสดหรือสินทรัพย์ปลอดภัย หลีกเลี่ยงหุ้นเติบโตทั้งหมด

ประเด็นสำคัญที่ต้องจำไว้

หนึ่ง: การร่วงลงของแนสแดค เปรียบเสมือนนกขมิ้นในเหมืองถ่านหิน บ่งบอกว่าความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยกลับมามีอำนาจเหนือเรื่องราวการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ ควรลดการลงทุนในหุ้นเติบโต

สอง: ผู้ผลิตพลังงาน เป็นผู้รับประโยชน์ชัดเจนที่สุด จากสภาพแวดล้อมมหภาคในปัจจุบัน

สาม: หุ้นกลุ่มธนาคารไทย เป็นตัวป้องกันความเสี่ยงจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ดี

สี่: กลุ่มสายการบินและขนส่ง เผชิญแรงกดดันสองด้าน

ห้า: การตัดสินใจของธนาคารกลางยุโรปในเดือนกันยายน จะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาตัวถัดไป

หก: การปรับขึ้นของหุ้นกลุ่มความมั่นคงในยุโรป ส่งสัญญาณว่าส่วนชดเชยความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์กำลังถูกปรับราคาใหม่อย่างมีโครงสร้าง ไม่ใช่แค่ชั่วคราว

คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น

ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ

ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า I V C InvestZone dot eddy ai dot tech สวัสดีครับ

⏱️ ระบบจัดเก็บเสียงเมื่อ: 24 July 2026 - 12:47 น.

📅 ข้อมูลข่าวประจำวันที่: 23/07/2026 11:09 pm

สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันศุกร์ที่ ยี่สิบสี่ กรกฎาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา หกนาฬิกา เจ็ดนาที ครับ
Voice News

สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันศุกร์ที่ ยี่สิบสี่ กรกฎาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา หกนาฬิกา เจ็ดนาที ครับ

เริ่มต้นกันที่ ภาพรวมตลาดการเงินโลก ในวันนี้ ต้องบอกว่า ถูกปกคลุมด้วยความกังวล เรื่องภูมิรัฐศาสตร์ อย่างเข้มข้นครับ

โดยปัจจัยหลัก ที่เข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้า ของภูมิทัศน์ความเสี่ยงโลก ก็คือ การเผชิญหน้าทางทหาร ระหว่างสหรัฐอเมริกา และอิหร่าน ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งได้เพิ่มส่วนชดเชยความเสี่ยง ด้านภูมิรัฐศาสตร์ เข้าไปในสินทรัพย์เกือบทุกประเภท ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น เปรียบเสมือนกลไกการส่งผ่านสองทาง กล่าวคือ มันกระตุ้นความกลัวเงินเฟ้อ ซึ่งดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร ระยะยาวดีดตัวขึ้น ในขณะเดียวกัน ก็เข้าไปกดดันมูลค่าหุ้น โดยเฉพาะในกลุ่มหุ้นเติบโต ที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย และหุ้นเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์

การบรรจบกันของ การรีเซ็ตมูลค่าหุ้นเทคโนโลยี โดยดัชนีแนสแด็กปรับตัวลง ประมาณ สองเปอร์เซ็นต์ อัตราผลตอบแทนที่พุ่งสูง และความไม่แน่นอนทางการทหาร ได้ผลักให้ระบอบการลงทุน ของตลาด เปลี่ยนเข้าสู่โหมด หลีกเลี่ยงความเสี่ยง จากภูมิรัฐศาสตร์ อย่างเด็ดขาด โดยมีกลิ่นอายของ ภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน และเงินเฟ้อสูง ปะปนอยู่

สถานการณ์นี้ สะท้อนรูปแบบในอดีต ที่เหตุการณ์อุปทานน้ำมัน ในตะวันออกกลาง หยุดชะงัก ซึ่งนำไปสู่ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่พุ่งสูง และตลาดหุ้นที่ปรับตัวลดลงพร้อมกัน บีบอัดอัตราส่วนราคาต่อกำไร ในขณะที่หนุนผลงาน ของหุ้นกลุ่มพลังงาน ให้โดดเด่นขึ้นมา

สำหรับมุมมอง ในระยะ ศูนย์ถึง สี่สิบแปด ชั่วโมงข้างหน้านี้ ตลาดมีแนวโน้ม ให้น้ำหนักกับ การถือครองสินทรัพย์เชิงรับ โดยกลุ่มพลังงาน จะทำผลงานได้ดีกว่า ขณะที่หุ้นเติบโต และเทคโนโลยี ยังอยู่ภายใต้แรงกดดันครับ

ในส่วนของมาตรวัด อารมณ์ตลาดนั้น เราย้ายมาอยู่ในโหมด ระมัดระวัง และมีแนวโน้มเป็นขาลง เปลี่ยนจากเดิมที่เป็นกลาง โดยแรงขายเกิดจาก การแลกเปลี่ยนทางการทหาร ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ภาวะผู้นำของหุ้นเทคฯ ที่เริ่มพังทลาย และนักลงทุนพันธบัตร ที่กลับมาทวงถาม ส่วนชดเชยเงินเฟ้อ อย่างแข็งขัน

มาดูภาพรวมตลาด ในแต่ละประเภทสินทรัพย์กันครับ ตลาดหุ้นสหรัฐ อย่างเอสแอนด์พี ห้าร้อย ปรับลงมากกว่า หนึ่งเปอร์เซ็นต์ ขณะที่แนสแด็ก หนึ่งร้อย ดิ่งลงเกือบ สองเปอร์เซ็นต์ เกิดแรงเทขาย หุ้นเทคโนโลยีอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอัลฟาเบท และเทสลา ที่ร่วงลงอย่างหนัก จากความกังวลเรื่อง การใช้จ่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ ทางฝั่งเอเชีย ดัชนีฮั่งเส็ง ปรับลง หนึ่งจุดศูนย์เปอร์เซ็นต์ ตามแรงขายหุ้นเทคฯ ทั่วโลก และความกลัว การประเมินมูลค่าด้านเอไอ

แต่ในทางกลับกัน ดัชนีนิกเคอิ สองสองห้า ของญี่ปุ่น ปรับตัวขึ้นได้ ศูนย์จุดสี่สิบเจ็ดเปอร์เซ็นต์ ในช่วงเช้า โดยได้แรงหนุนจาก ความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน ด้านเอไอ อย่างไรก็ตาม การดีดตัวของอัตราผลตอบแทน และราคาน้ำมัน ก็เป็นตัวถ่วง การปรับขึ้น ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต ปรับขึ้น ศูนย์จุดแปดสิบห้าเปอร์เซ็นต์ จากความพยายามของทางการจีน ในการพยุงตลาดหุ้น

ส่วนตลาดตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตร ระยะยาวของสหรัฐ พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก จากแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์ และตลาดแรงงาน ทางด้านพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น อายุสิบปี ก็ยังคงอยู่ในระดับสูง ใกล้จุดสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ จากความกังวลว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น จะดำเนินนโยบายการเงิน ให้เป็นปกติ

ในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาน้ำมันดิบ ดับเบิลยูทีไอ และเบรนท์ ต่างปรับตัวสูงขึ้น จากส่วนชดเชยความเสี่ยง ด้านอุปทาน หลังการเผชิญหน้า ทางทหารระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน น้ำมันจึงเป็นสินทรัพย์ดาวเด่น ในช่วงนี้ แต่กลับกัน ราคาทองคำ กลับปรับตัวลดลง เพราะถูกกดดันจาก การคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ จะยังคงจุดยืนนโยบายแบบเข้มงวด ต่อไปครับ

สำหรับการวิเคราะห์ ในเชิงลึก และผลกระทบ ที่จะตามมา มีประเด็นสำคัญ สี่ประเด็นด้วยกัน

ประเด็นแรก การเผชิญหน้า ทางทหารระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่ส่งผลต่อ อุปทานน้ำมัน และเงินเฟ้อครับ แรงกระตุ้นโดยตรง คือ การปะทะกันครั้งนี้ ได้ยกราคาน้ำมัน และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ให้สูงขึ้น โดยแรงกดดันราคาผู้ผลิต ในภาคพลังงาน ยังคงอยู่ แม้ว่าราคาผู้บริโภค จะส่งสัญญาณผ่อนคลายก็ตาม

ความสัมพันธ์ในอดีตชี้ว่า ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น ส่งผลบวกโดยตรง ต่อผู้ผลิตพลังงานต้นน้ำ อย่าง พีทีทีอีพี พีทีที ไทยออยล์ และสตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง ผ่านราคาขายที่สูงขึ้น และกำไรจากสต็อก ในทางตรงกันข้าม ต้นทุนเชื้อเพลิงที่แพงขึ้น กลับไปกดดัน ส่วนต่างกำไรของภาคขนส่ง โดยเฉพาะสายการบิน อย่าง เอเชีย เอวิเอชั่น บริติช แอร์เวย์ส และเคอีเอ็กซ์

นอกจากนี้ เงินบาทที่อ่อนค่า ซึ่งเป็นผลจากกระแสเงิน ที่หลีกเลี่ยงความเสี่ยง ไหลเข้าดอลลาร์สหรัฐ ก็จะยิ่งหนุน ผู้ส่งออกอาหาร อย่าง ไทยยูเนี่ยน เจริญโภคภัณฑ์อาหาร ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น และเอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล รวมถึงผู้ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ อย่าง เดลต้า เคซีอี และฮานา ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ แต่จะส่งผลเสีย ต่อโรงไฟฟ้าที่มีหนี้สกุลเงินดอลลาร์ อย่าง บี.กริม เพาเวอร์ โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ และกัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์

ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิด ในหนึ่งถึงสี่สัปดาห์ข้างหน้า คือ ผู้ผลิตพลังงาน มีแนวโน้มสดใสอย่างมาก จากราคาน้ำมันที่ทรงตัวสูง ขณะที่สายการบินและขนส่ง เผชิญแรงกดดันด้านต้นทุน ในระดับปานกลาง ส่วนผู้ส่งออกไทย ได้รับอานิสงส์บวกในระยะกลาง จากเงินบาทที่อ่อนค่า ในทางตรงกันข้าม โรงไฟฟ้าจะได้รับผลลบ จากภาระหนี้ดอลลาร์ที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนก๊าซนำเข้าที่สูงขึ้น เราให้น้ำหนักความเชื่อมั่น ต่อการวิเคราะห์นี้ ในระดับสูง ครับ

ประเด็นที่สอง การรีเซ็ตมูลค่า หุ้นเทคโนโลยีและเอไอ ที่ถูกบีบอัดจากอัตราผลตอบแทน ครับ แรงกระตุ้นหลัก มาจาก หุ้นสหรัฐฯ ที่ร่วงลงต่อเนื่อง นำโดยอัลฟาเบท และเทสลา ท่ามกลางความกังวล ค่าใช้จ่ายด้านเอไอ ประกอบกับ อัตราผลตอบแทนระยะยาว ที่พุ่งสูงขึ้น จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และตลาดแรงงาน ตลาดหุ้นฮั่งเส็ง ก็ปรับลง ตามแรงขายหุ้นเทคฯ ทั่วโลก

ความสัมพันธ์ในอดีต สำหรับหุ้นเทคฯ สหรัฐฯ อย่าง แอปเปิล ไมโครซอฟท์ เอนวิเดีย และเทสลา นั้น ไม่มีข้อมูลสหสัมพันธ์ทางตรง จากเครื่องมือที่ใช้ได้ แต่สำหรับผู้ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ไทย เงินบาทอ่อนค่า ถือเป็นปัจจัยบวก อย่างไรก็ตาม นั่นเป็นผลจากอัตราแลกเปลี่ยน ไม่ใช่จากมูลค่าหุ้น หรืออัตราดอกเบี้ยโดยตรง

ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิด คือ หุ้นเทคฯ ใหญ่ของสหรัฐฯ และหุ้นในธีมเอไอ จะเผชิญกับแรงกดดันขาลง อย่างรุนแรงใน ระยะศูนย์ถึงสี่สิบแปดชั่วโมง เนื่องจากหุ้นเติบโตเหล่านี้ มีความอ่อนไหวต่อ ระยะเวลาถือครองสูง และเป็นเหยื่อรายแรกๆ เมื่ออัตราผลตอบแทนที่แท้จริง ปรับตัวสูงขึ้น เพราะมูลค่าปัจจุบัน ของกระแสเงินสดในอนาคต ถูกบีบอัด เมื่ออัตราคิดลดปลอดความเสี่ยง เพิ่มขึ้น

การส่งผ่าน คือ ความกลัวด้านภูมิรัฐศาสตร์ ดันราคาน้ำมัน ทำให้การคาดการณ์เงินเฟ้อสูงขึ้น นำไปสู่การเทขายพันธบัตร และอัตราคิดลดที่สูงขึ้น ก็กลับมากดดัน อัตราส่วนราคาต่อกำไร ของหุ้นเทคฯ เราให้น้ำหนักความเชื่อมั่น ในระดับปานกลางครับ

ประเด็นที่สาม ความแตกต่างของทิศทาง นโยบายธนาคารกลางทั่วโลก โดยเควิน วอร์ช เข้าให้การ ในฐานะประธานเฟด ซึ่งตลาดกำลังตีความ ข้อมูลเงินเฟ้อผู้บริโภค ที่ชะลอตัวลง กับเงินเฟ้อผู้ผลิต ที่ยังเหนียวแน่น ทางด้านธนาคารกลางแคนาดา คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ สองจุดยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ โดยอ้างถึง การเติบโตทางเศรษฐกิจ ที่ปรับตัวดีขึ้น

ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นได้ปรับเปลี่ยน แนวทางนโยบายการเงิน หลังจากอัตราผลตอบแทน พันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น หรือเจจีบี พุ่งขึ้น สู่ระดับที่ไม่เคยเห็น ตั้งแต่ปี หนึ่งพันเก้าร้อยเก้าสิบเจ็ด และเงินเยน ก็อ่อนค่าลง ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ สามสิบเก้าปีครึ่ง

ความสัมพันธ์ในอดีตบ่งชี้ว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบาย และอัตราผลตอบแทน พันธบัตรที่สูงขึ้น ส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มธนาคาร อย่าง แบงก์อก กลาสีกรุงไทย กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ ทหารไทยธนชาต และกรุงศรีอยุธยา ผ่านการขยายตัว ของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ หรือเอ็นไอเอ็ม แต่จะส่งผลลบ ต่อกลุ่มการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร อย่าง ศรีสวัสดิ์ เอ็มทีซี และเงินติดล้อ เนื่องจากต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น เข้าไปบีบส่วนต่างกำไร ของสินเชื่อรายย่อย

สำหรับกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อย่าง แสนสิริ เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ศุภาลัย และแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ หรือมาตรการกระตุ้น เป็นผลบวก ดังนั้น สภาพแวดล้อมดอกเบี้ยสูง จึงเป็นอุปสรรคสำคัญครับ

ประเด็นสุดท้าย ความพยายามของจีน ในการรักษาเสถียรภาพตลาดทุน ทางการจีนเพิ่มความเข้มข้น ในการพยุงตลาดหุ้น โดยกองทุนที่รัฐหนุนหลัง เพิ่มการถือครอง และให้คำมั่นว่าจะเข้าซื้อเพิ่มเติม ธนาคารกลางจีน คงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ แอลพีอาร์ ไว้เท่าเดิม

ความสัมพันธ์ในอดีตชี้ว่า การแข็งแกร่งของ ภาคการส่งออก และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ หรือพีเอ็มไอ ของจีน ส่งผลบวก ต่อนิคมอุตสาหกรรม อย่าง อมตะ คอร์ปอเรชั่น และ ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น เนื่องจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น สะท้อนถึง แนวโน้มการขยายโรงงาน

ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิด ในระยะศูนย์ถึงสี่สิบแปดชั่วโมง คือ การเข้าซื้อของภาครัฐ จะเป็นเกราะรองรับ ทางยุทธวิธี ให้กับตลาดหุ้นจีน และอาจส่งผลบวกอย่างระมัดระวัง ต่อหุ้นนิคมอุตสาหกรรม ในภูมิภาคอาเซียน หากข้อมูลส่งออกของจีน ยังคงแข็งแกร่ง เราให้น้ำหนักความเชื่อมั่นต่ำ เนื่องจากข้อมูลสหสัมพันธ์โดยตรง มีอย่างจำกัดครับ

จากข้อมูลทั้งหมด เราสามารถตกผลึก กลยุทธ์การลงทุน ที่มีความเชื่อมั่นสูง ได้ดังนี้ครับ

หนึ่ง ให้น้ำหนักการลงทุนมากกว่าตลาด หรือ โอเวอร์เวท ในกลุ่มผู้ผลิตพลังงาน อาทิเช่น พีทีทีอีพี พีทีที ไทยออยล์ จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นโดยตรง นี่คือห่วงโซ่เหตุและผล ที่ชัดเจนที่สุด และมีความเชื่อมั่นสูงสุด ในสภาพแวดล้อมปัจจุบัน สำหรับขอบเขตเวลา หนึ่งถึงสี่สัปดาห์

สอง โอเวอร์เวท หุ้นธนาคารขนาดใหญ่ เช่น ธนาคารกรุงเทพ กสิกรไทย และไทยพาณิชย์ เพราะการปรับตัวขึ้นของ อัตราผลตอบแทนพันธบัตร และสภาพแวดล้อมดอกเบี้ย ที่จะอยู่ในระดับสูงยาวนาน จะช่วยขยายส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ ให้กับธนาคารโดยตรง ในขอบเขตเวลาระยะกลาง หนึ่งถึงสามเดือน

สาม ลดน้ำหนักการลงทุน หรือ อันเดอร์เวท และป้องกันความเสี่ยง ในกลุ่มขนส่งและสายการบิน โดยเฉพาะ เอเชีย เอวิเอชั่น บริติช แอร์เวย์ส และเคอีเอ็กซ์ ซึ่งต้นทุนเชื้อเพลิง จะกดดันส่วนต่างกำไรอย่างมีนัยสำคัญ

และสี่ อันเดอร์เวท กลุ่มการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร อย่าง ศรีสวัสดิ์ เอ็มทีซี และเงินติดล้อ เพราะจะเผชิญกับ การบีบตัวของส่วนต่างกำไร ในสภาพแวดล้อมดอกเบี้ยขาขึ้น

ทริกเกอร์สำคัญที่ต้องจับตามอง คือ สัญญาณหยุดยิง หรือการลดระดับ ความรุนแรงของความตึงเครียด ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งจะส่งผลให้ การลงทุนในกลุ่มน้ำมัน พลิกกลับอย่างรวดเร็ว

สำหรับสถานการณ์ความเสี่ยงนั้น เรามองกรณีฐาน ที่มีโอกาสเกิดสูงถึง ห้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์ คือ ความตึงเครียดยืดเยื้อ โดยยังไม่เกิดสงครามเต็มรูปแบบ น้ำมันดิบดับเบิลยูทีไอ จะแกว่งตัวในกรอบ แปดสิบห้า ถึง เก้าสิบห้าดอลลาร์สหรัฐ อัตราผลตอบแทนยังคงสูง หุ้นเทคฯ ปรับฐานต่อไป โดยมีพลังงานและธนาคาร ทำผลงานได้ดีกว่า

แต่ก็มีโอกาส ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ในกรณีที่ดี หากเกิดความก้าวหน้า ทางการทูต หรือการหยุดยิง ราคาน้ำมันจะกลับตัวลงอย่างรวดเร็ว และหุ้นเติบโตจะกลับมาฟื้นตัว ขณะที่กรณีเลวร้าย มีโอกาส ยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ คือ เกิดสงครามเต็มรูปแบบ น้ำมันพุ่งทะลุ หนึ่งร้อยยี่สิบดอลลาร์ ตลาดหุ้นร่วงลง ห้าถึงสิบเปอร์เซ็นต์ และเงินทุนจะไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างดอลลาร์ และทองคำครับ

สรุปใจความสำคัญในวันนี้ครับ พลังงานคือออเดอร์ซื้อ ที่มีความเชื่อมั่นสูงสุด การรีเซ็ตมูลค่าหุ้นเทคโนโลยี มีความเสี่ยงเฉียบพลัน ภาคธนาคารคือผู้ได้ประโยชน์ จากอัตราดอกเบี้ย และการส่งผ่านของอัตราแลกเปลี่ยน มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยผู้ส่งออกจะได้ประโยชน์ ขณะที่โรงไฟฟ้าที่มีหนี้ดอลลาร์ จะได้รับผลกระทบครับ

สุดท้ายนี้ เราต้องจับตาดู ความแตกต่างของนโยบาย ระหว่างธนาคารกลางสหรัฐฯ และญี่ปุ่น ซึ่งอาจก่อให้เกิด ความผันผวนอย่างรุนแรง ในตลาดการเงินได้

คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น

ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ

ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า I V C InvestZone dot eddy ai dot tech สวัสดีครับ

⏱️ ระบบจัดเก็บเสียงเมื่อ: 24 July 2026 - 06:10 น.