ข่าวเศรษฐกิจมหภาค VOICE

Economic Voice News

22 July 2026

📅 ข้อมูลข่าวประจำวันที่: 22/07/2026 5:39 am

สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันพุธที่ ยี่สิบสอง กรกฎาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา สิบสองนาฬิกา สามสิบเจ็ดนาที
Voice News

สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันพุธที่ ยี่สิบสอง กรกฎาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา สิบสองนาฬิกา สามสิบเจ็ดนาที

ครับ วันนี้ เรามี รายงานวิเคราะห์ สถานการณ์ตลาดโลก ซึ่งถูกขับเคลื่อน โดยความเสี่ยง ด้านภูมิรัฐศาสตร์ และ ความกังวล เรื่องการลด สภาพคล่อง ของธนาคารกลางสหรัฐฯ

ความตึงเครียด ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะ รอบช่องแคบฮอร์มุซ กำลังสร้าง แรงกดดัน ด้านอุปทานน้ำมัน อย่างรุนแรง ส่งผลให้ ราคาน้ำมันดิบ เวสต์เท็กซัส พุ่งขึ้น ถึง ร้อยละ ห้า จุด หก สาม ในวันเดียว ไปแตะ ที่ เจ็ดสิบสอง ดอลลาร์ สี่สิบเอ็ดเซนต์

ส่วน น้ำมันดิบเบรนท์ ก็ทะยานขึ้น ร้อยละ ห้า จุด แปด หนึ่ง ไปอยู่ที่ เจ็ดสิบหก ดอลลาร์ สิบแปดเซนต์ ครับ

ในจังหวะเดียวกัน ตลาดยังต้อง จับตา แผนการเร่ง ลดขนาดงบดุล ของเฟด ภายใต้การนำ ของ เควิน วอร์ช จากระดับ หกจุดเจ็ด ล้านล้าน ดอลลาร์ ซึ่งสร้าง ความวิตก เรื่องความผันผวน ในตลาด พันธบัตร เป็นอย่างมาก

และ ที่น่ากังวล ไม่แพ้กัน ก็คือ ค่าเงินเยน ที่อ่อนค่า ทะลุจุดต่ำสุด ในรอบ สี่สิบปี เมื่อเทียบกับดอลลาร์ สะท้อน ความเสี่ยง เรื่องการ คลายสถานะ เยน แครี่เทรด อย่างรุนแรง ซึ่ง อาจจุดชนวน ให้เกิดการ เทขาย สินทรัพย์เสี่ยง ทั่วโลก ซ้ำรอยในอดีต ครับ

นอกจากนี้ ธนาคารกลาง หลายประเทศ ยังคงเดินหน้า สะสมทองคำ ต่อเนื่อง โดยใน เดือนพฤษภาคม มียอดซื้อสุทธิ สูงถึง สี่สิบเอ็ดตัน สะท้อนว่า สถาบันการเงิน ระดับโลก กำลัง ป้องกันความเสี่ยง จากความไม่แน่นอน ของสกุลเงิน หลัก อยู่

โดยภาพรวม ตลาดกำลัง อยู่ในโหมด ที่เรียกว่า Stagflationary Risk คือ เผชิญทั้ง เงินเฟ้อ จากต้นทุนพลังงาน และ สภาพคล่อง ที่ตึงตัว ขึ้นพร้อมกัน ครับ

ครับ สำหรับ มุมมองการลงทุน ในตลาดทุนไทย เราได้ประเมิน ผลกระทบ ต่อกลุ่มหุ้นต่างๆ ไว้ดังนี้

ประเด็นแรก วิกฤต ช่องแคบ ฮอร์มุซ

ส่งผลโดยตรง ต่อ กลุ่มพลังงาน ในเชิงบวก ครับ หุ้นที่ได้ประโยชน์ ทันที คือ ปตท.สำรวจและผลิต ปตท. ไทยออยล์ เอสพีอาร์ซี และ โออาร์ รวมถึงบ้านปู และลานนา ที่ได้อานิสงส์ จากราคาถ่านหิน ที่ขยับตาม

ในทางตรงข้าม กลุ่มขนส่ง และโลจิสติกส์ จะได้รับ ผลกระทบ เชิงลบ จากต้นทุน น้ำมันเชื้อเพลิง ที่สูงขึ้น โดยเฉพาะ เอ เอ วี บี เอ และ เค อี เอ็กซ์ ครับ

ประเด็นที่สอง การปรับลด งบดุลของเฟด และความกังวล อัตราดอกเบี้ย

กลุ่มธนาคารพาณิชย์ จะเป็นผู้ได้ประโยชน์ จากส่วนต่าง ดอกเบี้ยที่กว้างขึ้น ได้แก่ แบงก์กรุงเทพ กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ กรุงไทย ทีเอ็มบีธนชาต และกรุงศรี

ส่วนกลุ่ม ไฟแนนซ์ ที่ไม่ใช่ธนาคาร เช่น ศรีสวัสดิ์ เมืองไทยแคปปิตอล และ ติดล้อ จะถูกกดดัน จากต้นทุน การเงินที่แพงขึ้น

รวมทั้ง กองทุนอสังหาริมทรัพย์ และรีท เช่น ดับเบิ้ลยูเอช เอ อาร์ที อมตะ แอลเอชอาร์ รีท และอื่นๆ จะเผชิญ แรงกดดัน จากอัตราคิดลด ที่ปรับตัวสูงขึ้น ครับ

ประเด็นที่สาม ความเสี่ยง จาก เยน แครี่เทรด

หากเกิด การคลาย สถานะ อย่างรุนแรง จะทำให้ เงินบาท อ่อนค่า ซึ่งเป็นบวก ต่อกลุ่มส่งออกอาหาร อย่าง ทียู ซีพีเอฟ ไอทีซี และ เอ เอ ไอ รวมถึง กลุ่มชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์ เช่น เดลต้า เคซีอี และ ฮานา

แต่จะเป็นลบ ทันที ต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า ที่มีหนี้สิน สกุลดอลลาร์ สูง ได้แก่ บีกริม จีพี เอส ซี และ กัลฟ์ ครับ

และ ประเด็นสุดท้าย การสะสมทองคำ ของธนาคารกลาง

เป็นการตอกย้ำ กระแส ลดการพึ่งพา ดอลลาร์ ซึ่งเป็นบวก เชิงโครงสร้าง ต่อราคาทองคำ และสินทรัพย์ ที่เกี่ยวข้องครับ

ครับ เมื่อประเมิน โอกาส และความเสี่ยง

กรณีฐาน ที่มีโอกาส เกิดสูงสุด ร้อยละ ห้า สิบ ห้า คือ สถานการณ์ ยังคุกรุ่น ราคาน้ำมัน ทรงตัวระดับสูง กลุ่มพลังงาน จะยังโดดเด่น

ส่วนกลุ่มขนส่ง ยังคงถูกกดดัน

กรณีที่ดี ที่สุด มีโอกาส ร้อยละ ยี่สิบ คือความขัดแย้ง คลี่คลาย ราคาน้ำมันลดลง และเฟดชะลอการลดงบดุล ตลาดหุ้น จะกลับมาเป็นบวก โดยมีกลุ่มธนาคาร และค้าปลีก นำตลาด

และ กรณีที่แย่ที่สุด โอกาส ร้อยละ ยี่สิบห้า คือ การปิดล้อม ช่องแคบฮอร์มุซ อย่างรุนแรง น้ำมันพุ่งเกิน แปดสิบห้า ดอลลาร์ พร้อมกับ ตัวเลขเงินเฟ้อ สูงเกินคาด และเยน แครี่เทรด เริ่มถล่ม ตลาดเกิดใหม่ จะถูกเทขาย รุนแรง ครับ

ดังนั้น ข้อแนะนำ ในการจัดพอร์ต ช่วงนี้ คือ ให้น้ำหนัก กลุ่มพลังงาน เป็นแกนหลัก ครับ

และ ลดการลงทุน ในกลุ่มที่ เสียประโยชน์ จากต้นทุน น้ำมัน และดอกเบี้ย พร้อม จับตาสัญญาณ การเปลี่ยนแปลงของ สถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะ ตัวเลขเงินเฟ้อ สหรัฐฯ ที่กำลังจะประกาศ และทิศทางของ เงินเยน

คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น

ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ

ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า I V C InvestZone dot eddy ai dot tech สวัสดีครับ

⏱️ ระบบจัดเก็บเสียงเมื่อ: 22 July 2026 - 12:39 น.

📅 ข้อมูลข่าวประจำวันที่: 21/07/2026 11:10 pm

สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก
Voice News

สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก

ประจำวันพุธ ที่ ยี่สิบสอง กรกฎาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า

เวลา หกนาฬิกา แปดนาที ครับ

ประเด็นหลัก ในตลาดวันนี้ คือ การกลับมาคึกคัก ของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ที่ขับเคลื่อนด้วย AI

โดยมีปัจจัยหนุน จากข้อมูลการส่งออกที่แข็งแกร่ง ของไต้หวัน และเกาหลีใต้

ซึ่งจุดชนวน ให้เกิดการปรับตัวขึ้น อย่างรวดเร็ว ของหุ้นผู้ผลิตชิป ในสหรัฐอเมริกา

ไม่ว่าจะเป็น เอ็นวิเดีย อินเทล ไมครอน และ แซนดิสก์

สถานการณ์นี้ เกิดขึ้นท่ามกลาง ฉากหลังของภาวะเงินเฟ้อ ที่ชะลอตัวลง

ข้อมูลดัชนีราคาผู้ผลิต หรือ พีพีไอ ของสหรัฐ ที่ออกมาต่ำกว่าคาด ในสัปดาห์ก่อน

ได้ช่วยลดความกังวล เรื่องการขึ้นดอกเบี้ย ทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง และกดดันผลตอบแทนพันธบัตร ให้ปรับตัวลดลง

ซึ่งสร้างแรงหนุน ครั้งใหญ่ ในลักษณะที่เรียกว่า ภาวะโกลดิล็อกส์ ให้กับสินทรัพย์เสี่ยง

อย่างไรก็ตาม แรงหนุนจากปัจจัยมหภาค กำลังถูกหักล้าง อยู่บางส่วน

จากส่วนชดเชยความเสี่ยง ด้านภูมิรัฐศาสตร์ ในตะวันออกกลาง ที่ยังคงอยู่

ซึ่งก่อให้เกิด ความผันผวน ในตลาดพลังงาน และจำกัด การปรับตัวขึ้น เต็มรูปแบบ ของสินทรัพย์เสี่ยง

ผลลัพธ์ที่ได้ คือ ตลาดที่แบ่งออกเป็นสองขั้ว

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และหุ้นเติบโต พุ่งขึ้น จากเรื่องราวการส่งออก และ AI

ขณะที่ตลาดที่อิงกับพลังงาน และอ่อนไหว ต่อภูมิรัฐศาสตร์ อย่างออสเตรเลีย และไทย มีการซื้อขาย อย่างระมัดระวัง

ตอนนี้ ตลาดกำลังรอ ดูผลประกอบการ ของอัลฟาเบท ซึ่งจะเป็นตัวเร่งตัวต่อไป

ในการพิสูจน์ยืนยัน แนวคิดเกี่ยวกับ ความต้องการ AI

สำหรับมาตรวัดสภาวะตลาด และความเชื่อมั่น

สภาวะตลาด ในปัจจุบัน คือ การเติบโต แบบเงินเฟ้อชะลอตัว โดยมีปัจจัยความเสี่ยง ด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทับซ้อนอยู่

ด้านความเชื่อมั่นของตลาด อยู่ในโหมด กระทิง อย่างระมัดระวัง

ปรับเปลี่ยน จากจุดยืนที่เป็นกลาง ก่อนหน้านี้

ตามข้อมูลพีพีไอ ของสหรัฐ ที่ออกมาต่ำ และความแข็งแกร่ง ของการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์

มาดูภาพรวม ตลาด ในแต่ละประเภทสินทรัพย์กัน ครับ

ในส่วนของตลาดหุ้น

สหรัฐอเมริกา ดัชนีเอสแอนด์พี ห้าร้อย และแนสแด็ก ปรับตัวขึ้น นำโดยการปรับตัวขึ้น ของหุ้นเซมิคอนดักเตอร์

ด้านออสเตรเลีย ดัชนีเอเอสเอ็กซ์ ลดลง ร้อยละศูนย์จุดห้า ซึ่งเป็นการปรับตัวลง ติดต่อกัน เป็นวันที่สี่

ขณะที่ประเทศไทย ดัชนีเอสอีที ปรับขึ้น ร้อยละศูนย์จุดสามหนึ่ง ไปที่ หนึ่งพันหกร้อยสามสิบห้าจุดสองเก้า

โดยมีเม็ดเงิน ต่างชาติไหลเข้าสุทธิ ติดต่อกัน เป็นวันที่สิบ

ในส่วนของตราสารหนี้

อัตราผลตอบแทน พันธบัตรไทย อายุสิบปี อยู่ที่ ร้อยละหนึ่งจุดเก้าเก้า

ขณะที่พันธบัตรสหรัฐ อัตราผลตอบแทน ปรับตัวลดลง ตามข้อมูลพีพีไอ

ด้านอัตราแลกเปลี่ยน และสินค้าโภคภัณฑ์

น้ำมันดิบ ดับเบิลยูทีไอ อยู่ที่ เจ็ดสิบสาม ดอลลาร์หกสิบเก้าเซนต์ คิดเป็นบวก ร้อยละศูนย์จุดสองสอง ในรายวัน

แต่หากมองในรายเดือน ยังคงปรับตัวลดลง ถึงลบร้อยละสิบแปดจุดหนึ่งหก

ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์ ซื้อขายในกรอบ เจ็ดสิบสอง ดอลลาร์สี่สิบเจ็ดเซนต์ ถึง เจ็ดสิบหก ดอลลาร์สิบแปดเซนต์

โดยปรับตัวลดลง ในรายเดือน เช่นกัน ประมาณลบร้อยละสิบเก้า ถึงลบยี่สิบสาม

สำหรับราคาทองคำ ไม่มีข้อมูลราคา แต่มีบันทึกว่า ปรับตัวลดลง จากค่าเงินดอลลาร์ ที่แข็งค่า

ดัชนีสินค้าโภคภัณฑ์ จีเอสซีไอ อยู่ที่ หกร้อยสามสิบเก้าจุดเจ็ดเจ็ด ลดลงร้อยละหนึ่งจุดศูนย์เจ็ด ในรายวัน

โดยรวมแล้ว ยังคงเป็นภาพของ ความระมัดระวัง

ต่อไปเป็นการวิเคราะห์ ประเด็นสำคัญ และผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

ประเด็นแรก คือ การพุ่งขึ้น ของกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์

โดยข้อมูล การส่งออกของเอเชีย ได้ยืนยัน วัฏจักรอุปสงค์

จากข้อมูลในฐานข้อมูล พบว่า กลุ่มผู้ส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อย่างเดลต้า เคซีอี และฮาน่า

ได้รับผลประโยชน์โดยตรง จากกิจกรรมการส่งออก และเงินบาทที่อ่อนค่า

ซึ่งจะช่วยเพิ่มการรับรู้รายได้ ในรูปสกุลเงินบาท

ผลกระทบที่คาดการณ์ คือ เป็นบวก ต่อตลาด ด้วยขนาดที่สูง ภายในระยะเวลา ศูนย์ถึงสี่สิบแปดชั่วโมง

สำหรับหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ สหรัฐ อย่างเอ็นวิเดีย และอินเทล จะมีแรงส่งต่อเนื่อง ไปจนถึง การรายงานผล ประกอบการของอัลฟาเบท

ส่วนกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ไทย อย่างเดลต้า เคซีอี และฮาน่า เป็นผู้ได้ประโยชน์โดยตรง

ซัพพลายเชน AI ทั่วโลก จะได้รับแรงหนุน กระจายเป็นวงกว้าง

ความเชื่อมั่น ต่อแนวคิดการลงทุนนี้ อยู่ในระดับสูง

ประเด็นที่สอง คือ ตลาดน้ำมันดิบ

การปรับตัวลดลง รายเดือนอย่างรุนแรง สวนทางกับความเสี่ยง ด้านภูมิรัฐศาสตร์

ราคาน้ำมัน ดับเบิลยูทีไอ ที่ลดลง ถึงลบร้อยละสิบแปด ในหนึ่งเดือน สะท้อนถึง ความกังวลด้านอุปสงค์

ที่กลบปัจจัย เรื่องความเสี่ยง ด้านอุปทาน จากภูมิรัฐศาสตร์

ความสัมพันธ์นี้ มีผลบวก โดยตรงกับผู้ผลิตพลังงาน อย่าง ปตท.สผ. ปตท. ท็อป และสตาร์ เปโตรเลียม

และมีผลลบ โดยตรงกับกลุ่มขนส่ง และสายการบิน อย่างเอเชีย เอวิเอชั่น และการบินกรุงเทพ

ผลกระทบที่คาดการณ์ จึงออกมาในลักษณะที่ผสมผสานกัน ภายในระยะเวลา หนึ่งถึงสี่สัปดาห์

ความเชื่อมั่น อยู่ในระดับปานกลาง

ประเด็นที่สาม คือ แรงหนุน จากการชะลอตัว ของเงินเฟ้อ

ข้อมูลพีพีไอ สหรัฐ ที่ต่ำกว่าคาด ได้ลดแรงกดดัน ให้ธนาคารกลางสหรัฐ ต้องขึ้นดอกเบี้ย

ส่งผลให้เงินดอลลาร์อ่อนค่า อัตราผลตอบแทน พันธบัตรลดลง และกระแสเงินทุน ไหลเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ อย่างต่อเนื่อง

โดยประเทศไทย มียอดซื้อสุทธิ จากต่างชาติติดต่อกัน สิบวันทำการ

ผลกระทบนี้ จะเป็นบวก กับกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทย อย่างธนาคารกรุงเทพ กสิกรไทย และไทยพาณิชย์

เนื่องจากกระแสเงินทุน ไหลเข้าในฐานะหุ้นที่ยังปรับตัวช้ากว่าตลาด

อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาดู ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย หรือเอ็นไอเอ็ม ที่อาจถูกกดดัน ในภาวะดอกเบี้ยขาลง

ขณะที่กลุ่มค้าปลีก อย่างซีพีออลล์ และเซ็นทรัลพัฒนา และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์

จะได้ประโยชน์ จากกำลังซื้อที่แท้จริง ของผู้บริโภค และต้นทุนการจำนอง ที่ลดลง

ส่วนกลุ่มไฟแนนซ์ นอกธนาคาร อย่างศรีสวัสดิ์ และเมืองไทย แคปปิตอล ควรหลีกเลี่ยง

เพราะถูกกดดัน จากส่วนต่าง การปล่อยกู้ ที่ลดลง

ความเชื่อมั่นในธีมนี้ อยู่ในระดับปานกลาง ถึงสูง

ประเด็นสุดท้าย คือ ความเสี่ยง ด้านภูมิรัฐศาสตร์ ในตะวันออกกลาง

ซึ่งเป็นปัจจัยกดดัน ขาขึ้นของตลาดเกิดใหม่ และตลาดออสเตรเลีย

ขณะเดียวกัน ก็หนุนราคาน้ำมัน ในระยะสั้น

ความเสี่ยงนี้ ส่งผ่านสามช่องทาง คือ ความเสี่ยง ด้านอุปทานน้ำมัน

กระแสเงินทุน ย้ายเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย และความคาดหวัง ด้านเงินเฟ้อ

ความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มนี้ อยู่ในระดับปานกลาง

จากทั้งหมดนี้ นำไปสู่แนวคิด การลงทุน ที่มีความเชื่อมั่นสูง

คือ การให้น้ำหนักการลงทุนมากเกิน ให้กับกลุ่ม AI เซมิคอนดักเตอร์ และผู้ส่งออก ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

สำหรับกลุ่มพลังงาน ควรลดน้ำหนักลง ตามแนวโน้มราคาน้ำมัน ในรายเดือน

และเพิ่มน้ำหนัก การลงทุนเชิงกลยุทธ์ ในหุ้นกลุ่มธนาคาร ตามแรงหนุน ของกระแสเงินทุน

โดยกำหนดเวลา หนึ่งถึงสี่สัปดาห์ สำหรับหุ้นเทคโนโลยี และอิเล็กทรอนิกส์ไทย

หนึ่งถึงสองสัปดาห์ สำหรับการเข้าลงทุน เชิงกลยุทธ์ ในหุ้นธนาคารและค้าปลีก

และสองถึงสี่สัปดาห์ สำหรับการลดน้ำหนัก หรือปิดความเสี่ยง ในหุ้นพลังงาน

ท้ายที่สุด สถานการณ์สำคัญ ที่ต้องติดตาม

คือ ผลประกอบการของอัลฟาเบท การคลี่คลาย หรือยกระดับ ของความตึงเครียด ในตะวันออกกลาง

และการประกาศ ตัวเลขเงินเฟ้อ ซีพีไอ ของสหรัฐ ในครั้งต่อไป

คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น

ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ

ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า I V C InvestZone dot eddy ai dot tech สวัสดีครับ

⏱️ ระบบจัดเก็บเสียงเมื่อ: 22 July 2026 - 06:10 น.